Graveyard Orbit: วงโคจรสุสาน มาตรการจัดการดาวเทียมเมื่อสิ้นสุดภารกิจเพื่อความยั่งยืนของอวกาศ

Graveyard Orbit: วงโคจรสุสาน มาตรการจัดการดาวเทียมเมื่อสิ้นสุดภารกิจเพื่อความยั่งยืนของอวกาศ

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา กิจกรรมด้านอวกาศได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ และภาคเอกชน ส่งผลให้จำนวนดาวเทียมที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาดาวเทียมสื่อสาร ดาวเทียมสำรวจโลก ดาวเทียมนำร่อง และกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ (Satellite Constellations) ที่มีจำนวนหลายพันดวง

แม้ว่าดาวเทียมเหล่านี้จะสร้างประโยชน์มหาศาลต่อเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่เมื่อดาวเทียมหมดอายุการใช้งาน หากไม่มีการบริหารจัดการอย่างเหมาะสม ดาวเทียมที่ไม่สามารถควบคุมได้อาจกลายเป็น ขยะอวกาศ (Space Debris) ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนกับดาวเทียมที่ยังปฏิบัติภารกิจอยู่ และอาจก่อให้เกิดปรากฏการณ์การชนต่อเนื่องที่เรียกว่า Kessler syndrome ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อการใช้ประโยชน์จากอวกาศในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการกำหนดแนวปฏิบัติในการจัดการดาวเทียมเมื่อสิ้นสุดภารกิจ (End-of-Life Disposal) โดยหนึ่งในวิธีที่สำคัญที่สุดสำหรับดาวเทียมวงโคจรค้างฟ้า คือ การย้ายดาวเทียมไปยัง Graveyard Orbit หรือ วงโคจรสุสาน ซึ่งเป็นวงโคจรที่จัดไว้สำหรับเก็บดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งาน เพื่อลดผลกระทบต่อวงโคจรที่ยังมีการใช้งาน

 

ความหมายของ Graveyard Orbit

Graveyard Orbit หรือบางครั้งเรียกว่า Disposal Orbit เป็นวงโคจรที่อยู่เหนือวงโคจรปฏิบัติการหลัก โดยใช้เป็นพื้นที่สำหรับนำดาวเทียมที่สิ้นสุดภารกิจไปเก็บรักษาอย่างถาวร

แนวคิดนี้เปรียบเสมือนการนำยานพาหนะที่หมดอายุการใช้งานออกจากถนนไปเก็บไว้ในสถานที่เฉพาะ เพื่อไม่ให้กีดขวางการจราจรหรือก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ในลักษณะเดียวกัน Graveyard Orbit ทำหน้าที่เป็น "สุสาน" ของดาวเทียมที่หมดภารกิจ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ดาวเทียมรุ่นใหม่สามารถใช้งานวงโคจรเดิมได้อย่างปลอดภัย

การนำดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรสุสานเป็นมาตรการที่ได้รับการยอมรับจากประชาคมอวกาศทั่วโลก และเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการลดขยะอวกาศที่แนะนำโดย คณะกรรมการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอวกาศของประเทศต่าง ๆ (Inter-Agency Space Debris Coordination Committee : IADC )และ คณะกรรมการแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการใช้ห้วงอวกาศเพื่อสันติ  (United Nations Committee on the Peaceful Uses of Outer Space : UN COPUOS )

 

เหตุผลที่ต้องใช้ Graveyard Orbit

1. ลดความเสี่ยงการชนกันของดาวเทียม

วงโคจรค้างฟ้า (Geostationary Orbit: GEO) อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 35,786 กิโลเมตร จากพื้นโลก และเป็นวงโคจรที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากดาวเทียมจะโคจรด้วยความเร็วเท่ากับการหมุนของโลก ทำให้สามารถลอยนิ่งเหนือจุดเดิมบนพื้นโลกได้ตลอดเวลา

วงโคจรนี้มีตำแหน่งใช้งานจำกัด หากดาวเทียมที่หมดอายุยังคงอยู่ในวงโคจรเดิม จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการชนกับดาวเทียมที่ยังปฏิบัติงาน รวมทั้งลดจำนวนตำแหน่งที่สามารถใช้งานได้ในอนาคต

2. ลดปริมาณขยะอวกาศ

แม้ว่าดาวเทียมจะหยุดทำงานแล้ว แต่ตัวดาวเทียมยังคงโคจรรอบโลก หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่มีการจัดการ จะกลายเป็นวัตถุอวกาศที่ไม่สามารถควบคุมได้

นอกจากนี้ หากเชื้อเพลิงหรือแบตเตอรี่ที่เหลืออยู่เกิดการระเบิด ก็อาจสร้างเศษชิ้นส่วนจำนวนมาก ซึ่งจะเพิ่มปริมาณขยะอวกาศอย่างรวดเร็ว

3. รักษาวงโคจร GEO สำหรับดาวเทียมรุ่นใหม่

วงโคจร GEO ถือเป็นทรัพยากรที่มีจำกัด ทั้งในด้านตำแหน่งเชิงมุม (Orbital Slot) และการใช้คลื่นความถี่วิทยุ การย้ายดาวเทียมที่หมดอายุออกจากวงโคจรหลัก จึงช่วยให้สามารถนำตำแหน่งเดิมมาใช้กับดาวเทียมรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Graveyard Orbit อยู่ที่ใด

Graveyard Orbit สำหรับดาวเทียม GEO จะอยู่สูงกว่าวงโคจร GEO ประมาณ 235–300 กิโลเมตร โดยระยะที่แท้จริงขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของดาวเทียมแต่ละดวง


ขั้นตอนการนำดาวเทียมเข้าสู่วงโคจรสุสาน

การย้ายดาวเทียมเข้าสู่ Graveyard Orbit จะดำเนินการในช่วงสุดท้ายของภารกิจ โดยทั่วไปประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ ดังนี้

1. ประเมินเชื้อเพลิงคงเหลือ ผู้ควบคุมภารกิจจะตรวจสอบว่าดาวเทียมยังมีเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการยกวงโคจรหรือไม่

2. วางแผนการจุดเครื่องยนต์ คำนวณค่าการเปลี่ยนแปลงความเร็วของยานอวกาศหรือดาวเทียม (ΔV) และกำหนดเวลาที่เหมาะสมในการปรับวงโคจร

3. ยกวงโคจร ใช้เครื่องยนต์ของดาวเทียมเพื่อเพิ่มระดับความสูงเหนือ GEO

4. Passivation หลังจากเข้าสู่วงโคจรสุสาน จะทำการระบายเชื้อเพลิง ปลดประจุแบตเตอรี่ และปิดระบบทั้งหมด เพื่อลดความเสี่ยงของการระเบิดในอนาคต

5. สิ้นสุดภารกิจ เมื่อปิดระบบควบคุมทั้งหมด ดาวเทียมจะกลายเป็นวัตถุอวกาศที่ไม่สามารถควบคุมได้ แต่จะอยู่ในวงโคจรที่ไม่รบกวนดาวเทียมที่ยังใช้งาน

เหตุใดดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) จึงไม่ใช้ Graveyard Orbit

สำหรับดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) การย้ายไปยังวงโคจรสุสานไม่คุ้มค่า เนื่องจากต้องใช้เชื้อเพลิงจำนวนมาก

วิธีที่นิยมคือ

  • ลดระดับวงโคจร
  • ให้แรงต้านของชั้นบรรยากาศค่อย ๆ ดึงดาวเทียมกลับเข้าสู่โลก
  • เผาไหม้ในชั้นบรรยากาศ (Atmospheric Re-entry)

แนวปฏิบัติสากลในปัจจุบันมุ่งให้ดาวเทียม LEO ถูกนำออกจากวงโคจรภายในระยะเวลาที่เหมาะสมหลังสิ้นสุดภารกิจ เพื่อลดการสะสมของขยะอวกาศ 

ตัวอย่างดาวเทียมที่เข้าสู่ Graveyard Orbit

ดาวเทียมสื่อสารในวงโคจร GEO จำนวนมากถูกนำเข้าสู่วงโคจรสุสานเมื่อหมดอายุการใช้งาน เช่น

  • GOES-3
  • Galaxy 15 (เมื่อสิ้นสุดภารกิจ)
  • ดาวเทียมของผู้ให้บริการเชิงพาณิชย์หลายราย เช่น SES, Intelsat และ Eutelsat ซึ่งดำเนินการย้ายดาวเทียมที่หมดอายุออกจากวงโคจร GEO เป็นมาตรฐาน

ความสำคัญต่อการพัฒนาอวกาศอย่างยั่งยืน

การบริหารจัดการดาวเทียมเมื่อสิ้นสุดภารกิจเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของ Space Sustainability หรือการใช้ประโยชน์จากอวกาศอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับการผลักดันจากองค์การอวกาศและองค์กรระหว่างประเทศทั่วโลก

ในอนาคต เมื่อจำนวนดาวเทียมเพิ่มขึ้นจากโครงการกลุ่มดาวเทียมขนาดใหญ่ (Mega-Constellations) เช่น ระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ความสำคัญของการกำจัดดาวเทียมอย่างถูกวิธีจะยิ่งเพิ่มขึ้น เพื่อป้องกันการสะสมของขยะอวกาศและรักษาสภาพแวดล้อมอวกาศให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยสำหรับคนรุ่นต่อไป

นอกจากการใช้ Graveyard Orbit แล้ว ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น การกำจัดขยะอวกาศแบบเชิงรุก (Active Debris Removal: ADR) การให้บริการเติมเชื้อเพลิงในวงโคจร (On-Orbit Refueling) และการซ่อมบำรุงดาวเทียมในอวกาศ (On-Orbit Servicing) ซึ่งจะช่วยยืดอายุการใช้งานของดาวเทียมและลดความจำเป็นในการปล่อยดาวเทียมใหม่

บทสรุป

Graveyard Orbit เป็นมาตรการสำคัญในการจัดการดาวเทียมที่หมดอายุการใช้งาน โดยเฉพาะดาวเทียมในวงโคจรค้างฟ้า (GEO) ซึ่งเป็นวงโคจรที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์สูง การย้ายดาวเทียมไปยังวงโคจรสุสานช่วยลดความเสี่ยงของการชนกัน ลดการเกิดขยะอวกาศ และเปิดพื้นที่ให้ดาวเทียมรุ่นใหม่เข้ามาปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง

แม้ Graveyard Orbit จะไม่ใช่การกำจัดดาวเทียมออกจากอวกาศโดยสมบูรณ์ แต่ถือเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพและได้รับการยอมรับในระดับสากลสำหรับการบริหารจัดการดาวเทียม GEO เมื่อผสานกับการทำ ให้ดาวเทียมหรือวัตถุอวกาศที่สิ้นสุดภารกิจไม่มีพลังงานตกค้าง (Passivation)   และแนวปฏิบัติด้านการลดขยะอวกาศอื่น ๆ จะช่วยรักษาสภาพแวดล้อมอวกาศให้ปลอดภัยและยั่งยืน รองรับการใช้งานด้านการสื่อสาร การสำรวจโลก การนำร่อง และภารกิจด้านความมั่นคงของโลกในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ.

เอกสารอ้างอิง https://www.esa.int/ESA_Multimedia/Images/2008/03/Mitigation_scenarios_Graveyard_orbit_300_km_above_GEO

https://keeptrack.space/space-terms/graveyard-orbit

 

 

บทความโดย

ร.ต.ศิริพัฒน์  มีแทน



Sign in to leave a comment
Starmind และยุคใหม่ของ Data Center ในอวกาศ: เมื่อสมองกลของโลกอาจไม่ได้อยู่บนโลกอีกต่อไป