Google ประสบความสำเร็จในการประมวลผลแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์บนชิปประมวลผลของดาวเทียม นับเป็นความก้าวหน้าสู่การพัฒนาศูนย์ประมวลผลข้อมูลในวงโคจร (Orbital Data Center)

Google ประสบความสำเร็จในการประมวลผลแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์บนชิปประมวลผลของดาวเทียม นับเป็นความก้าวหน้าสู่การพัฒนาศูนย์ประมวลผลข้อมูลในวงโคจร (Orbital Data Center)

 กรุงวอชิงตัน — บริษัท Google เปิดเผยว่า ประสบความสำเร็จในการทดสอบการประมวลผลด้วยแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) บนหน่วยประมวลผลระดับเดียวกับที่ใช้ในศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งติดตั้งอยู่บนดาวเทียม นับเป็นความสำเร็จในระยะเริ่มต้นของการศึกษาความเป็นไปได้ในการนำโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ไปติดตั้งและใช้งานในอวกาศในอนาคต

ตามประกาศของบริษัทเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม การทดสอบดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่มีการสร้างผลลัพธ์จากการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ในวงโคจร โดยใช้หน่วยประมวลผล Tensor Processing Unit (TPU) ของ Google ทั้งนี้ การทดลองดำเนินการบนดาวเทียมต้นแบบที่พัฒนาโดยบริษัท Planet Labs ซึ่งเป็นบริษัทด้านการถ่ายภาพและสำรวจโลกจากอวกาศ

การสาธิตเทคโนโลยีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมอวกาศกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการย้ายโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลที่ใช้พลังงานสูงจากพื้นโลกขึ้นไปติดตั้งในอวกาศ เนื่องจากความต้องการใช้ทรัพยากรในการประมวลผลข้อมูลด้านปัญญาประดิษฐ์ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อปริมาณพลังงานไฟฟ้าและขีดความสามารถในการรองรับของศูนย์ข้อมูลบนพื้นโลก

โครงการ Project Suncatcher ของ Google ซึ่งประกาศเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 มีแนวคิดในการพัฒนาเครือข่ายดาวเทียมที่ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยติดตั้งหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์เฉพาะทาง และเชื่อมโยงระหว่างดาวเทียมด้วยระบบสื่อสารผ่านแสง (Optical Links) เพื่อให้ดาวเทียมสามารถทำงานร่วมกันในการประมวลผลข้อมูลและภารกิจด้านปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่บนพื้นโลก

ดาวเทียมต้นแบบดังกล่าวถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม โดยจรวด Falcon 9 ของบริษัท SpaceX ภายหลังการดำเนินการตรวจสอบและเตรียมความพร้อมของระบบดาวเทียม (Commissioning) เป็นระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ วิศวกรของ Google ได้ส่งคำสั่งไปยังแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ Gemma 4 เพื่อให้แต่งบทกวีสั้นในรูปแบบ Haiku เกี่ยวกับอวกาศ โดยแบบจำลองดังกล่าวสามารถประมวลผลและสร้างบทกวีบนดาวเทียมได้สำเร็จ ก่อนส่งผลลัพธ์กลับมายังสถานีภาคพื้นดินในระหว่างช่วงเวลาที่ดาวเทียมโคจรผ่านสถานีรับสัญญาณเหนือหมู่เกาะสวาลบาร์ด ประเทศนอร์เวย์

นอกจากนี้ การทดสอบในขั้นต่อมายังครอบคลุมถึงการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ในการจัดทำรายงานสถานะทางเทคนิคของดาวเทียม โดยอาศัยข้อมูลการตรวจวัดและข้อมูลสถานะของระบบดาวเทียม (Telemetry) ที่ได้รับจากอุปกรณ์บนยานอวกาศ

ทั้งนี้ Gemma 4 เป็นตระกูลแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาโดย Google DeepMind โดยดาวเทียมต้นแบบติดตั้งหน่วยประมวลผล TPU จำนวน 4 หน่วย ซึ่งเป็นชิปประมวลผลเฉพาะทางที่ Google พัฒนาขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคำนวณทางคณิตศาสตร์สำหรับงานด้านปัญญาประดิษฐ์

 

Google มีแผนดำเนินการทดสอบเพิ่มเติม เพื่อประเมินความสามารถของหน่วยประมวลผลในการทนต่อรังสีในอวกาศและความเครียดจากสภาวะทางความร้อน โดยตั้งเป้าหมายที่จะสาธิตการทำงานร่วมกันของดาวเทียมจำนวน 2 ดวงที่เชื่อมโยงถึงกันภายในปี พ.ศ. 2570

การขยายโอกาสทางธุรกิจของบริษัท Planet Labs

สำหรับบริษัท Planet Labs โครงการ Project Suncatcher ถือเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจด้านการผลิตดาวเทียมไปสู่ตลาดใหม่ที่อาจมีศักยภาพในการเติบโตสูงในอนาคต

บริษัท Planet ซึ่งมีประสบการณ์ในการพัฒนาและปฏิบัติการดาวเทียมสำรวจโลกมาแล้วหลายร้อยดวง ได้รับการคัดเลือกจาก Google ให้เป็นผู้พัฒนาดาวเทียมสำหรับโครงการวิจัยดังกล่าว โดยโครงการนี้นำแพลตฟอร์มดาวเทียมพื้นฐานเดียวกับที่บริษัทกำลังพัฒนาเพื่อใช้ในกลุ่มดาวเทียมสำรวจโลกรุ่นใหม่ Owl Imaging Constellation มาใช้ ซึ่งช่วยให้สามารถนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ที่มีอยู่มาใช้ร่วมกัน ตลอดจนลดต้นทุนในการวิจัยและพัฒนา

นาย Will Marshall ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท Planet ได้กล่าวต่อนักลงทุนระหว่างการประชุมรายงานผลประกอบการในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2568 ว่า “บริษัทมองว่าการประมวลผลข้อมูลในวงโคจรเป็นโอกาสทางธุรกิจระยะยาวที่มีศักยภาพสูง อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงความร่วมมือกับ Google ในปัจจุบันยังจำกัดอยู่เพียงการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาเท่านั้น” โดยได้อธิบายความร่วมมือดังกล่าวว่าเป็นเสมือนการได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการขนาดใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

บริษัท Planet คาดหวังว่าประสบการณ์ด้านการผลิตและการปฏิบัติการกลุ่มดาวเทียมจำนวนมาก จะเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ หาก Google ตัดสินใจพัฒนาเครือข่ายดาวเทียมเพื่อการประมวลผลข้อมูลในอวกาศในระดับเต็มรูปแบบในอนาคต

สำหรับข้อตกลงระหว่าง Planet และ Google มีลักษณะเป็นโครงการวิจัยและพัฒนา โดยข้อมูลจากเอกสารที่บริษัทยื่นต่อหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ในช่วงระยะเวลา 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 31 กรกฎาคม บริษัท Planet มีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโครงการดังกล่าวจำนวน 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้รับเงินสนับสนุนจาก Google ในจำนวนเท่ากันเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายดังกล่าว นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าได้รับเงินสนับสนุนจาก Google รวมทั้งสิ้น 9.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จนถึงช่วงเวลาดังกล่าว

แนวโน้มการพัฒนาระบบประมวลผลข้อมูลในอวกาศ

นอกเหนือจาก Google แล้ว ยังมีบริษัทอีกหลายแห่งที่กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำระบบประมวลผลข้อมูลประสิทธิภาพสูงไปใช้งานในอวกาศ เพื่อรองรับความต้องการด้านการประมวลผลข้อมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ตัวอย่างเช่น บริษัทสตาร์ตอัป Starcloud ได้ส่งดาวเทียมที่ติดตั้งหน่วยประมวลผลกราฟิก NVIDIA H100 ขึ้นสู่อวกาศเมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 และต่อมาได้รายงานความสำเร็จในการทดสอบการประมวลผลแบบจำลองปัญญาประดิษฐ์ในวงโคจร ขณะที่บริษัท Axiom Space ก็กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผลข้อมูลในอวกาศเช่นกัน โดยในระยะแรกมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้กับภารกิจต่าง ๆ เช่น การประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงานของยานอวกาศ

อย่างไรก็ตาม ความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของการดำเนินการดังกล่าวยังคงเป็นประเด็นที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากหน่วยประมวลผลปัญญาประดิษฐ์จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณมาก และก่อให้เกิดความร้อนสูง ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยระบบระบายความร้อนด้วยแผงแผ่รังสีความร้อน (Radiators) เพื่อถ่ายเทความร้อนออกสู่อวกาศ

นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดและความท้าทายด้านอื่น ๆ ได้แก่ การทนทานต่อรังสีในอวกาศ การสื่อสารข้อมูลที่ต้องการแบนด์วิดท์สูง ตลอดจนต้นทุนในการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรและการเปลี่ยนทดแทนอุปกรณ์เมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน

แหล่งที่มา : https://spacenews.com/google-runs-ai-model-on-satellite-chip-advancing-orbital-data-center-ambitions/


แปลและเรียบเรียงโดย

ร.ต.ศิริพัฒน์  มีแทน 

Sign in to leave a comment
อินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมของจีน: Guowang และ Qianfan