การปลดระวางดาวเทียมไทยคม 4 (IPSTAR)

      ดาวเทียมไทยคม 4 หรือที่รู้จักในชื่อ ไอพีสตาร์ (IPSTAR) เป็นดาวเทียมสื่อสารสัญชาติไทยดวงที่ 4
ในตระกูลไทยคม และเป็นดาวเทียมประเภทบรอดแบรนด์ (High Throughput Satellite - HTS) ดวงแรกของโลก มีบทบาทสำคัญออกแบบมาเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Broadband) ครอบคลุมพื้นที่ 14 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

 

THAICOM-4 (IPSTAR)

       สำหรับดาวเทียมไทยคม 4 (IPSTAR) มีการขยายอายุการใช้งานทางวิศวกรรมมาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีรายละเอียดแผนการยืดอายุการใช้งาน

ครั้งที่ 1 ขยายจากเดิมที่จะหมดอายุในปี 2565 ออกไปจนถึงปี 2567

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 20 มี.ค.2567 ขยายอายุออกไปอีก 1 ปี ทำให้ไทยคม 4 สามารถใช้งานต่อเนื่องได้จนถึง ปลายปี 2568

       การต่ออายุครั้งล่าสุดนี้มีเงื่อนไขทำเพื่อรอการส่ง ดาวเทียมไทยคม 9 (THAICOM-9) ซึ่งเป็นดาวเทียมรุ่นใหม่ที่จะมาทำหน้าที่ทดแทนในตำแหน่งวงโคจรเดิม เพื่อให้การบริการแก่ลูกค้าไม่หยุดชะงัก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (บอร์ด กสทช.)  เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมา ได้มีการพิจารณาวาระการขอใช้สัญญาณดาวเทียมต่างชาติ (KOREASAT) ให้บริการภายในประเทศ โดยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กสทช. ได้รายงานในที่ประชุม บอร์ด กสทช.ว่า ดาวเทียมไทยคม 4 ที่หมดอายุวิศวกรรมแล้วจะหลุดออกจากวงโคจร จะปลดระวางจากวงโคจรในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งคาดว่าจะยื้อต่อไม่ได้เนื่องจากแหล่งพลังงานและสิทธิการใช้ไปต่อไม่ได้แล้ว ดังนั้น การยื่นขอใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ และ ขอใช้เกตเวย์ในครั้งนี้จึงเป็นการขอใช้ช่องสัญญาณไปก่อนเพื่อไม่ให้กระทบต่อลูกค้าที่ใช้ดาวเทียมไทยคม 4

 

ข้อมูลตำแหน่งย้อนหลังของดาวเทียม THAICOM-4 (IPSTAR) สำหรับเดือนเมษายน พ.ศ.2569

       ขณะนี้ บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) เตรียมแผนรับมือดาวเทียมไทยคม 4 (IPSTAR) ที่หมดอายุวิศวกรรมในเร็ว ๆ นี้ว่า ปัจจุบันดาวเทียมไทยคม 4 ที่ตำแหน่งวงโคจร 119.5 องศาตะวันออก กำลังเข้าสู่ช่วงปลายของอายุการใช้งานทางวิศวกรรม แม้จะยังใช้งานได้ดีและมีการมอนิเตอร์อย่างใกล้ชิดร่วมกับวิศวกรผู้ผลิต แต่ทาง ไทยคมจำเป็นต้องมีแผนรองรับเพื่อไม่ให้ลูกค้าขาดช่วงการติดต่อสื่อสาร ทั้งนี้ บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่น จำกัด หรือ STI บริษัทในเครือไทยคม เป็นผู้เซ็นสัญญาให้ Astranis สร้างดาวเทียมไทยคม 9 ซึ่งเป็นดาวเทียมขนาดเล็ก รุ่น MicroGEO ให้บริการดาวเทียมระบบ Ka-band ครอบคลุมทวีปเอเชีย ดาวเทียมดวงนี้จะสร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการการใช้งานของลูกค้าและพันธมิตรของไทยคมทั่วภูมิภาคเอเชีย โดยมีกำหนดจะส่งขึ้นสู่วงโคจรในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งการส่งดาวเทียมดวงใหม่ คือ ดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปทดแทนดาวเทียมไทยคม 4 นั้น ตามแผนฯจะต้องส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปภายในวันที่ 15 พ.ค.2569 อย่างไรก็ดี ล่าสุดบริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ ได้ทำเรื่องเสนอขอขยายการดำเนินการโครงการฯออกไป

KOREASAT-7

       ในการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ครั้งที่ 12/2569 เมื่อวันที่ 21-22 เม.ย.2569 ที่ประชุม กสทช.มีมติอนุญาตให้บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ บมจ.ไทยคม ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ KOREASAT-7 ของเกาหลีใต้ สำหรับให้บริการในประเทศ เพื่อรองรับลูกค้าดาวเทียมไทยคม 4 เดิม ระยะเวลาอนุญาตฯ 5 ปี

    KOREASAT-7 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Spacebus-4000B2 ที่ได้รับการปรับปรุงจาก Thales Alenia Space และจะติดตั้งทรานสปอนเดอร์ย่านความถี่ Ku-band และ Ka-band โดยมีพื้นที่ครอบคลุมประเทศเกาหลี ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และอินเดีย ดาวเทียมจะมีน้ำหนักประมาณ 3,500 กิโลกรัมเมื่อปล่อยขึ้นสู่อวกาศ และมีกำลังส่งประมาณ 7 กิโลวัตต์ โดยจะโคจรอยู่ที่ละติจูด 116 องศาตะวันออก

         บริษัท Thales Alenia Space ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ว่าได้ลงนามในสัญญากับ KT Sat
ผู้ให้บริการดาวเทียมของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ KT Corporation เพื่อสร้างดาวเทียมสื่อสารสองดวง คือ KOREASAT-5A และ KOREASAT-7 โดยชนะการประมูลจากบริษัทคู่แข่งระดับนานาชาติ ดาวเทียมทั้งสองดวงนี้จะให้บริการอินเทอร์เน็ต มัลติมีเดีย การออกอากาศ และการสื่อสารแบบคงที่ในฐานะผู้รับเหมาหลักของโครงการ Thales Alenia Space รับผิดชอบการออกแบบ การผลิต การทดสอบ และการส่งมอบดาวเทียม (On Ground Delivery: OGD) รวมถึงการดำเนินการปล่อยดาวเทียม การปล่อยและการปฏิบัติงานในช่วงแรก (LEOP) และการทดสอบในวงโคจร (IOT)

      

ข้อมูลตำแหน่งย้อนหลังของดาวเทียม KOREASAT-7 สำหรับเดือนเมษายน พ.ศ.2569

   ภายหลังบอร์ด กสทช. อนุมัติการใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเข้าสู่กระบวนการทางธุรการ การจัดตั้งสถานีภาคพื้นดิน และการติดตั้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยคมประเมินว่า จะใช้เวลาอีกประมาณ 3-6 เดือน ก่อนจะสามารถเปิดให้บริการได้ โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และการทดสอบคลื่นความถี่ไว้แล้ว เพื่อให้สามารถเปิดให้บริการได้ทันทีเมื่อทุกอย่างแล้วเสร็จ

 

ภาพจำลอง THAICOM-9 (Astranis)

       แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช. กล่าวว่า สาเหตุที่บริษัท สเปซเทค อินโนเวชั่นฯ ต้องเลื่อนการส่งดาวเทียมไทยคม 9 ขึ้นไปทดแทนดาวเทียมไทยคม 4 และน่าจะส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปไม่ทันในปี 2569 นั้น เนื่องจากผู้ผลิตดาวเทียมไทยคม 9 คือ Astranis จากสหรัฐฯ แจ้งว่า การผลิตดาวเทียม Lot ดังกล่าวมีปัญหา โดยพบความพกพร่องในอุปกรณ์บางอย่าง จึงต้องมีการแก้ไข ส่วนจะส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นไปได้เมื่อใดนั้น บริษัทฯจะต้องประเมินกับผู้ผลิตก่อน และแม้ดาวเทียมไทยคม 4 จะหมดอายุการใช้งาน แต่สิทธิในวงจรของประเทศไทยไม่ได้หายไป เพราะมีกลไกที่จะรักษาสิทธิไว้ สิทธิในวงโคจรของไทยยังอยู่ เพียงแต่การใช้ประโยชน์ไม่ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเรื่องของเอกชน ในแง่ธุรกิจที่จะขาดรายได้ไป

แหล่งที่มา

https://www.thansettakij.com/technology/657254
https://www.isranews.org/article/isranews-news/146556-NBTC-Authorization-to-lease-foreign-satellite-signals-news.html
https://www.bangkokbiznews.com/tech/ai/1230767
https://space.skyrocket.de/doc_sdat/koreasat-7.htm
https://www.satellite-calculations.com/Satellite/getpositionhistory.php?42691?archive/2026/April/2026_April_
https://space.skyrocket.de/doc_sdat/ipstar-1.htm
https://www.satellite-calculations.com/Satellite/getpositionhistory.php?28786?archive/2026/April/2026_April_

เรียบเรียงโดย

ร.ต.รณชัย  โซ๊ะมิน


Sign in to leave a comment
จรวด Electron ประสบความสำเร็จในการปล่อยดาวเทียมขนาดเล็กของญี่ปุ่น