สำนักงานพัฒนาอวกาศของกองทัพอวกาศสหรัฐฯ (Space Development Agency: SDA) ประกาศเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมว่า ได้มอบสัญญามูลค่ารวมประมาณ 1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 63,000–64,000 ล้านบาท) ให้กับบริษัท L3Harris Technologies และ Sierra Space เพื่อสร้างดาวเทียมเตือนภัยและติดตามขีปนาวุธรุ่นใหม่จำนวน 36 ดวง ดาวเทียมชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Accelerated Missile Defense Tranche 3 ซึ่งเป็นการขยายขีดความสามารถของ Tracking Layer ภายใต้โครงการขนาดใหญ่ที่เรียกว่า Proliferated Warfighter Space Architecture (PWSA)
ดาวเทียมทั้งหมดมีกำหนดสร้างเสร็จและพร้อมส่งขึ้นสู่อวกาศภายใน สิ้นปี 2028

โครงการนี้ คือ โครงการที่รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนแนวคิดจากการใช้ดาวเทียมขนาดใหญ่ราคาแพงเพียงไม่กี่ดวง มาเป็นการสร้าง กลุ่มดาวเทียม (Satellite Constellation) จำนวนหลายร้อยดวงในวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) แนวคิดนี้เรียกว่า Proliferated Warfighter Space Architecture (PWSA)
คำว่า Proliferated หมายถึง "กระจายเป็นจำนวนมาก" จุดประสงค์คือ หากดาวเทียมบางดวงถูกโจมตี ระบบยังทำงานได้ และมีการครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกตลอดเวลา ลดต้นทุนของดาวเทียม เพิ่มความเร็วในการส่งข้อมูลระหว่างดาวเทียม และทำให้การติดตามเป้าหมายต่อเนื่องตลอดเวลา โครงการทั้งหมดแบ่งเป็นหลายส่วน (Layer)
เช่น Transport Layer , Tracking Layer , Custody Layer ,Navigation Layer
ทำไมต้องสร้างดาวเทียมเพิ่ม ? ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีน รัสเซีย เกาหลีเหนือ และอิหร่าน ต่างพัฒนาขีปนาวุธรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ Hypersonic Missile , Maneuverable Reentry Vehicle ,Fractional Orbital Bombardment System ขีปนาวุธเหล่านี้ บินเร็วกว่า เปลี่ยนทิศทางได้ การบินต่ำกว่าขีปนาวุธแบบเดิม
เรดาร์ภาคพื้นดินเพียงอย่างเดียวจึงติดตามได้ยาก ดาวเทียมในวงโคจรต่ำสามารถมองเห็นเป้าหมายจากด้านบน
จึงช่วยติดตามได้ตลอดเส้นทางจึงมีความเชื่อมโยงกับโครงการ Golden Dome โดยเครือข่ายดาวเทียมนี้จะเป็นส่วนสำคัญของโครงการ Golden Dome โดย Golden Dome เป็นแนวคิดสร้างระบบป้องกันประเทศแบบหลายชั้น
ประกอบด้วย
1.ดาวเทียมตรวจจับ
2. ดาวเทียมติดตาม
3. ระบบสื่อสาร
4. เรดาร์ภาคพื้น
5. ระบบสกัดกั้นบนพื้นดิน
6. ระบบสกัดกั้นในอวกาศ (ในอนาคต)
Tracking Layer จะทำหน้าที่เป็น "ดวงตา" ของ Golden Dome หากไม่มีข้อมูลจากดาวเทียม ระบบสกัดกั้นจะไม่ทราบตำแหน่งของขีปนาวุธอย่างแม่นยำ รายละเอียดสัญญา

L3Harris Technologies ได้รับสัญญา 955 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34,000 ล้านบาท
บริษัทจะสร้าง 18 ดาวเทียม ดาวเทียมเหล่านี้จะติดตั้งเซ็นเซอร์ที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ
Hypersonic and Ballistic Tracking Space Sensor (HBTSS) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ Missile Defense Agency HBTSS ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับ
1.ติดตามขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง
2.ติดตามขีปนาวุธพิสัยไกล
3.ส่งข้อมูลแบบ Real-time ไปยังระบบยิงสกัด
ดาวเทียมทั้งหมดจะกระจายอยู่ใน 2 ระนาบวงโคจร (Orbital Planes)
การใช้หลายระนาบวงโคจรช่วยให้สามารถมองเห็นพื้นที่ต่าง ๆ ของโลกได้ต่อเนื่อง ลดจุดอับในการตรวจจับ
แสดงให้เห็นว่า L3Harris เป็นหนึ่งในผู้รับเหมาหลักที่ SDA ให้ความไว้วางใจในการพัฒนาเครือข่ายดาวเทียมติดตามขีปนาวุธ โดย Sierra Space เข้าร่วมโครงการในฐานะผู้รับเหมาหลักครั้งแรกใน Tranche 2 ด้วยสัญญาสร้าง 18 ดวง และได้รับสัญญาใหม่อีก 18 ดวง ทำให้ยอดรวมเป็น 36 ดวง
สรุปและความสำคัญ
การมอบสัญญาครั้งนี้สะท้อนถึงการเร่งสร้างเครือข่ายดาวเทียมเตือนภัยและติดตามขีปนาวุธของสหรัฐฯ ให้ครอบคลุมทั่วโลก โดยเฉพาะเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงและอาวุธยุคใหม่ที่มีความคล่องตัวสูง ดาวเทียมทั้ง 36 ดวงจะเสริม Tracking Layer ของ PWSA ทำงานร่วมกับดาวเทียมรุ่นก่อนหน้า และเป็นส่วนสำคัญของแนวคิด Golden Dome ซึ่งมุ่งสร้างระบบป้องกันขีปนาวุธแบบหลายชั้น ตั้งแต่การตรวจจับ การติดตาม ไปจนถึงการสนับสนุนการสกัดกั้น เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันสหรัฐฯ กองกำลังที่ประจำการทั่วโลก และประเทศพันธมิตรในอนาคต.
แปลและเรียบเรียง
ร.ต.สรวิศ ครุฑพันธุ์