เมื่อบางระกำเปียก...กงไกรลาศต้องพร้อม
ในห้วงฤดูฝนของแต่ละปี
พื้นที่ลุ่มแม่น้ำยมในภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขต อำเภอกงไกรลาศ จังหวัดสุโขทัย
และ อำเภอบางระกำ
จังหวัดพิษณุโลก มักได้รับผลกระทบจากน้ำหลากและน้ำท่วมขังเป็นประจำ
ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่เป็นแอ่งรับน้ำ และสภาพแม่น้ำที่มีความคดเคี้ยว
อำเภอกงไกรลาศ
เป็นพื้นที่ต้นทางของน้ำหลากที่ไหลลงจากทางตอนบนของจังหวัดสุโขทัย
ผ่านแม่น้ำยมสายหลักและสายรองหลายสาขา เช่น คลองแม่รำพัน และคลองบางแก้ว
โดยเฉพาะในตำบลไกรนอก ตำบลบ้านกร่าง และตำบลป่าแฝก
ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ เป็นจุดที่เกิดน้ำล้นตลิ่งและท่วมขังบ่อยครั้ง ในช่วง
ฤดูฝนของปี 2568 พื้นที่กงไกรลาศได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเร็วกว่าทุกปี
โดยมีรายงานว่า น้ำเริ่มท่วมขังตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรกว่า
12,000 ไร่ และต้องเร่งให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวก่อนกำหนด
พร้อมทั้งดำเนินการเสริมแนวคันกั้นน้ำ และติดตั้งเครื่องสูบน้ำฉุกเฉินในหลายจุด
ส่วนพื้นที่อำเภอบางระกำเป็นจุดรับน้ำปลายน้ำจากอำเภอกงไกรลาศ
โดยมีการกำหนดให้เป็นเขตหน่วงน้ำภายใต้โครงการ "บางระกำโมเดล"
ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 265,000 ไร่ รองรับน้ำได้สูงสุดประมาณ
400 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยทั่วไป
หลังจากเกษตรกรเก็บเกี่ยวข้าวในช่วงต้นฤดูฝน (ภายในเดือนสิงหาคม)
พื้นที่เหล่านี้จะถูกเปิดรับน้ำจากแม่น้ำยมเพื่อช่วยชะลอน้ำหลากก่อนไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มภาคกลาง
อย่างไรก็ตาม ในปี 2567–2568 พบว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่โมเดลมีปริมาณเกินกว่าความจุ
ทำให้เกิดน้ำล้นแนวคลอง และท่วมบ้านเรือนประชาชนในหมู่บ้านริมตลิ่ง เช่น บ้านห้วยกรด
บ้านบางแก้ว และบ้านวังเป็ด พื้นที่อำเภอกงไกรลาศและอำเภอบางระกำ
เป็นกลไกสำคัญในการจัดการน้ำหลากของภาคเหนือตอนล่าง
ที่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงข้อมูล การเข้าถึงข้อมูลที่รวดเร็วทันต่อสถานการณ์
การวางแผนร่วม และการพัฒนาโครงสร้างน้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบาย
การบริหารจัดการเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ
จึงเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นในอนาคต